วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การพัฒนาหลักสูตร

กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ 1 ศาสนาและวัฒนธรรม
วิสัยทัศน์
มุ่งให้ผู้เรียนเป็นผู้สมบูรณ์พร้อมด้วยความรู้และคุณธรรม โดยมีความรู้ ความเข้าใจหลักธรรมคำสอนทางศาสนา และนำมาปฏิบัติได้เพื่อการดำเนินชีวิตร่วมกันในสังคมที่หลากหลายชาติพันธุ์ได้อย่างมีความสุข

พันธกิจ
1. พัฒนาวิชาการเพื่อสร้างองค์ความรู้ทางด้านศาสนาให้สอดคล้องกับสังคมภายในประเทศ
2. พัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ตามหลักธรรมคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือ
3. พัฒนาผู้เรียนให้ปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดีเพื่ออยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความหลากหลายทางศาสนา

ขอบเขตของวิชา
     ศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี ทำความดี ละเว้นความชั่ว ในประเทศไทยมีประชาชนที่นับถือ
พระพุทธศาสนาส่วนใหญ่ และก็มีผู้นับถือศาสนาคริสต์และอิสลามเป็นจำนวนหนึ่ง การอยู่ร่วมกันใน
สังคมไทยอย่างสงบสุขนั้น ศาสนิกชนทุกคนต้องเรียนรู้ศาสนาที่ตนนับถือให้เข้าใจลึกซึ้งและปฏิบัติตนตาม
หลักคำสอนของศาสนาที่นับถือ ทั้งในแง่หลักคำสอนและพิธีกรรม เพื่อจะได้ปฏิบัติตนอย่างถูกต้องในความ
เชื่อและ สิ่งเคารพของศาสนาอื่น ทำให้ไม่เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้น











โครงสร้างผู้เรียน
นักเรียนเป้าหมายที่จะไปสอนโดยการนำหลักสูตรไปใช้ที่โรงเรียนศรีวิชัยนั้นอยู่ในระดับชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 1 อายุระหว่าง 12-13 ปี  นักเรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกันทางด้านอารมณ์ สังคมและสติปัญญา กล่าวคือ ในเรื่องของอารมณ์เด็กบางคนก็มีอารมณ์ร่าเริงแจ่มใส บางคนก็มีอารมณ์รุนแรง ในเรื่องของสติปัญญา เด็กในวัยเดียวกันแต่ความสามารถในการเรียนรู้แตกต่างกันไปบ้าง บางคนเรียนรู้ได้เร็ว-ช้าต่างกัน โดยภาพรวมแล้วนักเรียนมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันไปตามบุคคลบางคนก็สนใจเรียน บางคนก็ไม่สนใจเรียนไปบ้าง อาจมีคุย มีเล่นบ้าง ถ้าวิชาไหนน่าเบื่อหรือไม่มีจุดสนใจนักเรียนก็จะไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าที่ควร เราจึงจะเน้นการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม กล่าวคือ มีการใช้สื่อการสอนและการสอนที่น่าสนใจ เพื่อกระตุ้นให้เด็กสนใจเรียนและทำให้เรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 สำหรับการสอนของเราจะมุ่งให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างเหมาะสมตามวัย  ในการสอนจะสอนให้เด็กเกิดประสบการณ์ เข้าใจถึงสังคมปัจจุบันและสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
 นักเรียนส่วนใหญ่ในชั้นโดยพื้นฐานเป็นเด็กกล้าคิด กล้าแสดงออก และชอบทำงานเป็นกลุ่ม เราจึงออกแบบการสอนให้มีกิจกรรมการคิด การอภิปรายกลุ่ม เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่













โครงสร้างสังคม
            โรงเรียนศรีวิชัย เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาแบบสหศึกษาและเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษมีนักเรียน สองพันกว่าคน ครูหนึ่งร้อยกว่าคน สภาพโดยรวมของสังคมในโรงเรียนหากมองในส่วนของสภาพแวดล้อมถือว่าตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ ที่สำคัญตั้งอยู่บริเวณในเมืองที่มีการเดินทางไป-มาได้สะดวก รวมถึงอยู่ใกล้กับชุมชนซึ่งสามารถติดต่อร่วมมือประสานงานกับชุมชนได้ง่าย หากมองในส่วนของการใช้ชีวิตในโรงเรียนก็ถือว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ ในบรรดาครูเองก็มีการนับถือกันโดยระบบพี่น้องเครือญาติ มีถ้อยทีถ้อยอาศัย ช่วยเหลือและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ในส่วนของนักเรียนก็มีการเป็นอยู่ในลักษณะที่รุ่นพี่ก็ช่วยเหลือรุ่นน้อง รุ่นน้องเคารพรุ่นพี่ นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันถึงจะเป็นโรงเรียนในเมืองแต่ก็ไม่ได้มีการแข่งขันกันสูงมากในเรื่องของการเรียนเหมือนโรงเรียนอื่นๆ  ที่สำคัญครูและนักเรียนให้ความร่วมมือกันกับชุมชนจะเห็นได้จากการจัดกิจกรรมต่างๆที่จะมีส่วนร่วมกับชุมชนด้วย
            ครอบครัวของผู้เรียนมีความแตกต่างกันไป ทั้งในเรื่องของอาชีพ ฐานะ และความรู้ โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ปกครองจะประกอบอาชีพเกษตรกรรมและค้าขาย  ส่วนมากผู้ปกครองจะไม่ค่อยมีเวลาให้กับบุตรหลาน ทำให้ไม่สามารถดูแลเอาใจใส่ได้อย่างเต็มที่
            โรงเรียนศรีวิชัยถึงแม้ว่าจะมีวัฒนธรรมองค์กรที่มีการเอื้อเฟื้อ ดูแลช่วยเหลือกันซึ่งเป็นวัฒนธรรมในสังคมสมัยก่อน แต่ก็ถือว่าเป็นสังคมยุคใหม่หรือที่เรียกว่า ยุคโลกาภิวัตน์ หรือยุคในศตวรรษที่21 เพราะ ในการจัดการเรียนการสอนก็มีการใช้เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ มีการใช้ภาษาต่างประเทศเข้ามาเป็นส่วนสำคัญ นอกจากนี้มีสอนให้นักเรียนมีการวิเคราะห์ข้อมูล  มีแนวทางการบริหารกิจการของตัวเอง อีกทั้งในการเรียนการสอนยังมีการสอนให้นักเรียนคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเหล่านี้เป็นการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับสังคมในยุคใหม่ทั้งสิ้น
            ในการที่จะสอนนักเรียนนี้ผู้สอนจะทำการสอนให้สอดคล้องกับยุคในศตวรรษที่21 กล่าวคือ สอนให้ผู้เรียนรู้จักวิธีคิด แก้ปัญหา สื่อสาร และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ



โครงสร้างรายวิชา
รายวิชา  ศาสนา                                                              กลุ่มสาระการเรียนรู้  ศาสนาและวัฒธรรม
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1                                                        เวลา  3 ชั่วโมง
ลำดับที่
หน่วยการเรียนรู้
เนื้อหา
ชั่วโมง
1.
ศาสนากับสังคม

- หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
- การอยู่ร่วมกันในสังคมภายใต้ความหลากหลายทางศาสนา
- บุคคลตัวอย่างในการดำเนินชีวิตของศาสนิกชนในแต่ละศาสนา
1
1
1











แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ ศาสนากับสังคม                                              มัธยมศึกษาปีที่ 1
เรื่อง หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ                              เวลา 1 ชั่วโมง
สาระ/สำคัญความคิดรวบยอด
            การเรียนรู้หลักการปฏิบัติตนในแต่ละศาสนา เพื่อให้รู้และเข้าใจหลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ อันนำมาสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข
 จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรียนรู้และเข้าใจหลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
2. นักเรียนสามารถบอกได้ว่าการปฏิบัติตนตามสถานการณ์ต่างๆเหมาะสม/ไม่เหมาะสมกับหลักการปฏิบัติตนทางศาสนา
3. นักเรียนสามารถวิเคราะห์ความจำเป็นในการเรียนรู้หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ 
สาระการเรียนรู้
หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ 
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการคิด
 - ทักษะการคิดวิเคราะห์
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- กระบวนการปฏิบัติ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมั่นในการทำงาน
ชิ้นงาน
ภาระงาน : อภิปรายกลุ่ม เรื่องความจำเป็นในการเรียนรู้หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ 
การวัดและประเมินผล
ประเด็นการประเมิน
วิธีการวัด
เครื่องมือที่ใช้วัด
เกณฑ์การประเมิน
1. นักเรียนรู้และเข้าใจหลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ

ทำแบบทดสอบ
แบบทดสอบ
นักเรียนรู้หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆที่ถูกต้องและเหมาะสม
2. นักเรียนสามารถบอกได้ว่าการปฏิบัติตนตามสถานการณ์ต่างๆเหมาะสม/ไม่เหมาะสมกับหลักการปฏิบัติตนทางศาสนา
กิจกรรม
สถานการณ์สมมติ
นักเรียนบอกได้ว่าการปฏิบัติตนตามสถานการณ์ต่างๆเหมาะสม/ไม่เหมาะสมกับหลักการปฏิบัติตนทางศาสนา
3. นักเรียนสามารถวิเคราะห์ความจำเป็นในการเรียนรู้หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ 
อภิปรายกลุ่ม
แบบประเมินกิจกรรมกลุ่ม

นักเรียนวิเคราะห์ความจำเป็นในการเรียนรู้หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆได้

4. นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน

สังเกตพฤติกรรม
แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน
นักเรียนร้อยละ 80 มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์คือ มีระเบียบวินัยในตนเอง ทำงานส่งตรงเวลา มีความใฝ่เรียนรู้ในการเรียน และมุ่งมั่นทำงานที่ได้รับมอบหมาย

กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
1. ครูทักทายนักเรียน
2. ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยการนำบัตรภาพ เรื่อง ความแตกต่างของแต่ละศาสนา เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนได้เห็นถึงความแตกต่างของแต่ละศาสนา
ขั้นสอน
1. ครูสอบถามผู้เรียนเกี่ยวกับหลักปฎิบัติตนในศาสนาต่างๆที่นักเรียนรู้
2. ให้นักเรียนตั้งคำถามเกี่ยวกับเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆที่นักเรียนต้องการรู้
3. ครูบรรยายเรื่องเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ โดยใช้ ป้ายนิเทศเรื่อง หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
4. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 5-6 คน ครูถามคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตนตามสถานการณ์ต่างๆว่าเหมาะสม/ไม่เหมาะสม อย่างไร
5. ถ้านักเรียนกลุ่มใดต้องการตอบคำถามในข้อนี้ให้ยกป้ายเลขกลุ่ม หากตอบถูกจะได้รับคะแนน 1 คะแนน หากตอบผิด จะหมดสิทธิ์ตอบในข้อนั้น
6. เมื่อครูถามคำถามหมดทุกคำถาม ให้แต่ละกลุ่มรวมคะแนน กลุ่มใดได้คะแนนมากที่สุดเป็นผู้ชนะ และได้รับรางวัลจากครูผู้สอน
7. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์ความจำเป็นในการเรียนรู้หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ 
8. ครูสรุปความจำเป็นในการเรียนรู้หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ 
9. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบ เรื่อง หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
10. ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจแบบทดสอบเรื่อง หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
ขั้นสรุป
11. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปหลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
12. ครูให้นักเรียนซักถามข้อสงสัย

สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้
1. บัตรภาพ เรื่อง ความแตกต่างของแต่ละศาสนา
2. ป้ายนิเทศเรื่อง หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
3. แบบทดสอบเรื่อง หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ

เหตุผลที่เลือก  K-W-L Learning Technigue ( Know-Want-Learned Learning Technigue )
   เป็นเทคนิคการสอนที่เน้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยเชื่อมโยงประสบการณ์ เดิมกับประสบการณ์ใหม่อย่างเป็นรูปธรรมและเป็นระบบ การจัดการศึกษาที่ยึดหลักว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้ สามารถพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด  เปิดโอกาสให้ผู้เรียน          ได้คิดนอกกรอบ ไม่ยึดติดกับการค้นคว้าหาความรู้จากหนังสือแบบเรียนเพียงอย่างเดียว เป็นกระบวนการจัดการศึกษาที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น